คำศัพท์การเทรด
คำศัพท์การเทรดทองและ Forex 46 คำที่มือใหม่ต้องรู้ อธิบายสั้นๆ เข้าใจง่าย พร้อมลิงก์ไปบทเรียนที่อธิบายละเอียด
- Backtest / Trading Journal
- Backtest คือทดสอบกฎเทรดกับกราฟในอดีต Journal คือบันทึกทุกออเดอร์เพื่อปรับปรุง อ่านบทเรียน →
- Balance / Equity
- Balance คือเงินในบัญชีไม่นับออเดอร์ที่เปิดอยู่ Equity คือเงินรวมกำไรขาดทุนของออเดอร์ที่เปิดอยู่ อ่านบทเรียน →
- Bid / Ask
- Bid คือราคาที่ขายได้ Ask คือราคาที่ซื้อได้ Ask สูงกว่า Bid เสมอ อ่านบทเรียน →
- Breakout / Fake Breakout / Retest
- Breakout คือราคาปิดทะลุโซน Fake breakout คือทะลุหลอกแล้วกลับเข้ามา Retest คือราคากลับมาทดสอบโซนที่ทะลุแล้ว อ่านบทเรียน →
- Broker
- บริษัทที่ให้บริการบัญชีเทรด ควรตรวจใบอนุญาต และลองถอนเงินก่อนฝากเยอะ อ่านบทเรียน →
- Buy (Long) / Sell (Short)
- Buy คือซื้อ คาดว่าราคาจะขึ้น Sell คือขาย คาดว่าราคาจะลง เทรดทองทำกำไรได้ทั้งสองทาง อ่านบทเรียน →
- Candlestick
- แท่งเทียนบอกราคา 4 จุด คือ เปิด สูงสุด ต่ำสุด และปิด ใน 1 ช่วงเวลา อ่านบทเรียน →
- Cent Account
- บัญชีที่แสดงยอดเงินเป็นเซนต์ ใช้เทรดขนาดเล็กมาก เหมาะกับการเริ่มเงินจริงด้วยความเสี่ยงต่ำ อ่านบทเรียน →
- Chart Pattern
- รูปแบบกราฟที่เกิดซ้ำๆ เช่น Double Top หัวและไหล่ สามเหลี่ยม และธง อ่านบทเรียน →
- Demo Account
- บัญชีทดลองด้วยเงินสมมติ ราคาเหมือนตลาดจริง ควรฝึกในบัญชีนี้ก่อนใช้เงินจริง อ่านบทเรียน →
- Divergence
- ราคากับอินดิเคเตอร์ไปคนละทาง เป็นสัญญาณเตือนว่าเทรนด์เริ่มหมดแรง อ่านบทเรียน →
- Drawdown
- เงินทุนลดลงจากจุดสูงสุดเท่าไหร่ เป็นเปอร์เซ็นต์ Max Drawdown คือลดลงมากที่สุดที่เคยเกิด อ่านบทเรียน →
- DXY
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐเทียบกับ 6 สกุลเงินหลัก DXY ขึ้น ทองมักลง อ่านบทเรียน →
- EA / Copy Trade
- EA คือโปรแกรมเทรดอัตโนมัติ Copy Trade คือให้บัญชีทำตามออเดอร์ของคนอื่น อ่านบทเรียน →
- Fibonacci Retracement
- เครื่องมือหาจุดที่ราคามักย่อตัว เช่น 38.2%, 50% และ 61.8% อ่านบทเรียน →
- Free Margin
- Equity ลบ Margin ที่ใช้อยู่ คือเงินที่ยังเปิดออเดอร์เพิ่มได้ หรือรับการขาดทุนได้ อ่านบทเรียน →
- Hedging
- เปิด Buy และ Sell พร้อมกันเพื่อล็อกผลชั่วคราว ไม่ได้แก้การขาดทุน และมักเสีย spread และ swap สองต่อ
- Leverage
- อัตราทด เช่น 1:100 ทำให้ใช้เงินค้ำประกันน้อยลง แต่ไม่ได้ลดความเสี่ยงต่อการขยับของราคา อ่านบทเรียน →
- Liquidity
- สภาพคล่อง หรือบริเวณที่มีออเดอร์และ Stop Loss รวมกันเยอะ เช่น เหนือจุดสูงที่เห็นชัด อ่านบทเรียน →
- Lot
- ขนาดออเดอร์ ทอง 1 lot = 100 ออนซ์ ที่ 0.01 lot ราคาขยับ 1 ดอลลาร์ กำไรหรือขาดทุน 1 ดอลลาร์ อ่านบทเรียน →
- MACD
- อินดิเคเตอร์จาก EMA 12 และ 26 พร้อมเส้น Signal 9 บอกทิศทางและแรงของเทรนด์ อ่านบทเรียน →
- Margin
- เงินค้ำประกันที่ระบบกันไว้ตอนเปิดออเดอร์ ทอง 0.01 lot ที่ 4,000 leverage 1:100 ใช้ margin ประมาณ 40 ดอลลาร์ อ่านบทเรียน →
- Margin Call / Stop Out
- Margin Call คือการเตือนเมื่อ Margin Level ต่ำ (มัก 100%) Stop Out คือระบบปิดออเดอร์ให้เอง (มัก 50% หรือต่ำกว่า แล้วแต่โบรกเกอร์) อ่านบทเรียน →
- Margin Level
- Equity ÷ Margin × 100% ยิ่งต่ำ ยิ่งใกล้โดนปิดออเดอร์ อ่านบทเรียน →
- Martingale / Grid
- ระบบเพิ่ม lot เมื่อเสีย หรือเปิดออเดอร์เพิ่มเป็นขั้นๆ โดยไม่มี Stop Loss เสี่ยงล้างพอร์ตสูง อ่านบทเรียน →
- Moving Average (SMA / EMA)
- เส้นราคาเฉลี่ยย้อนหลัง ใช้ดูแนวโน้ม EMA ตอบสนองเร็วกว่า SMA อ่านบทเรียน →
- NFP / CPI / FOMC
- ข่าวสหรัฐที่ทำให้ทองวิ่งแรง: การจ้างงาน (NFP) เงินเฟ้อ (CPI) และการประชุมดอกเบี้ยของ Fed (FOMC) อ่านบทเรียน →
- Pending Order
- ออเดอร์ตั้งรอ มี Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop และ Sell Stop ระบบเปิดให้เมื่อราคามาถึง อ่านบทเรียน →
- Pip / Point
- หน่วยวัดการขยับของราคา สำหรับทอง 1 point = 0.01 และ 1 pip = 0.10 (10 point) อ่านบทเรียน →
- Risk:Reward (R:R)
- อัตราส่วนเงินที่เสี่ยงเทียบกับกำไรเป้าหมาย เช่น เสี่ยง $10 เพื่อได้ $20 = 1:2 อ่านบทเรียน →
- RSI
- อินดิเคเตอร์วัดแรงราคา 0-100 เหนือ 70 overbought ใต้ 30 oversold อ่านบทเรียน →
- Safe Haven
- สินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนมักย้ายเงินไปหาตอนตลาดกลัว เช่น ทองคำ อ่านบทเรียน →
- Scalping / Day Trade / Swing
- สไตล์การเทรดตามระยะถือออเดอร์ เป็นนาที ภายในวัน และหลายวัน อ่านบทเรียน →
- Sideway / Range
- ตลาดไซด์เวย์ ราคาแกว่งอยู่ในกรอบ ไม่มีเทรนด์ชัดเจน
- Slippage
- ออเดอร์ถูกเปิดหรือปิดที่ราคาต่างจากที่ตั้งไว้ มักเกิดตอนราคาวิ่งเร็ว เช่น ตอนข่าวออก
- SMC (BOS, CHoCH, Order Block, FVG)
- Smart Money Concept แนวคิดอ่านกราฟจากโครงสร้างตลาด และบริเวณที่เงินก้อนใหญ่อาจเข้าออก อ่านบทเรียน →
- Spread
- ส่วนต่างระหว่าง Ask กับ Bid เป็นต้นทุนแรกของทุกออเดอร์ มักกว้างขึ้นตอนมีข่าวแรง อ่านบทเรียน →
- Stop Loss (SL)
- จุดปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อขาดทุน เพื่อจำกัดความเสียหาย ควรตั้งทุกออเดอร์ อ่านบทเรียน →
- Support / Resistance
- แนวรับคือบริเวณที่ราคามักเด้งขึ้น แนวต้านคือบริเวณที่ราคามักถูกกดลง อ่านบทเรียน →
- Swap
- ค่าธรรมเนียมหรือเงินที่ได้รับ เมื่อถือออเดอร์ข้ามคืน ทองส่วนใหญ่เป็นลบ อ่านบทเรียน →
- Take Profit (TP)
- จุดปิดออเดอร์อัตโนมัติเมื่อได้กำไรตามเป้า อ่านบทเรียน →
- Timeframe
- ระยะเวลาของแท่งเทียน 1 แท่ง เช่น M15 = 15 นาที H1 = 1 ชั่วโมง D1 = 1 วัน อ่านบทเรียน →
- Trend (HH, HL, LH, LL)
- แนวโน้ม ขาขึ้นจุดสูง (HH) และจุดต่ำ (HL) สูงขึ้นเรื่อยๆ ขาลงตรงข้ามกัน อ่านบทเรียน →
- Volatility
- ความผันผวน หรือราคาขยับแรงและเร็วแค่ไหน ทองผันผวนสูงสุดช่วงลอนดอน-นิวยอร์ก และตอนข่าว
- Win Rate / Expectancy
- Win Rate คือเปอร์เซ็นต์ออเดอร์ที่ชนะ Expectancy คือกำไรขาดทุนเฉลี่ยต่อออเดอร์ ถ้าเป็นบวกระบบมีกำไรระยะยาว อ่านบทเรียน →
- XAUUSD
- สัญลักษณ์ของทองคำเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ราคา 4,000 หมายถึงทอง 1 ออนซ์ราคา 4,000 ดอลลาร์ อ่านบทเรียน →
อยากเรียนกับเรา?
ทักหาเราทาง Facebook Messenger เพื่อสอบถามรายละเอียดกลุ่มเรียน